ขูดหินปูน vs. เกลารากฟัน: ความแตกต่างที่สำคัญในการรักษาโรคเหงือก
ขูดหินปูนและเกลารากฟันเป็นหัตถการที่แตกต่างกัน แต่มีความต่อเนื่องกันในการรักษาโรคเหงือก โดยการขูดหินปูนมุ่งเน้นการทำความสะอาดคราบและหินปูนบริเวณผิวฟันและขอบเหงือก ขณะที่การเกลารากฟันเป็นการรักษาที่ลึกขึ้น ใช้ในกรณีที่โรคลุกลามลงใต้เหงือกและเริ่มกระทบต่อโครงสร้างที่ยึดฟัน

ขูดหินปูน vs. เกลารากฟัน: ความแตกต่างที่สำคัญในการรักษาโรคเหงือก
การขูดหินปูน (scaling) คือ กระบวนการกำจัดคราบจุลินทรีย์และหินปูนที่เกาะอยู่บนผิวฟันและบริเวณขอบเหงือก รวมถึงใต้เหงือกในร่องตื้น โดยใช้เครื่องมือทางทันตกรรม เพื่อช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของเหงือกอักเสบ และส่งเสริมสุขภาพเหงือกให้กลับสู่ภาวะปกติ
การเกลารากฟัน (root planing) คือ กระบวนการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ โดยการกำจัดคราบจุลินทรีย์ หินปูน และสารพิษจากแบคทีเรียที่ฝังอยู่บนผิวรากฟันในร่องลึกปริทันต์ พร้อมทั้งปรับผิวรากฟันให้เรียบ เพื่อช่วยลดการอักเสบ ทำให้เหงือกกลับไปแนบผิวรากได้ดีขึ้น และชะลอการทำลายกระดูกรองรับฟัน
รักษาเหงือกให้ถูกจุด ต้องรู้จักขูดหินปูนและเกลารากฟัน
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การมาทำความสะอาดฟันกับทันตแพทย์ก็คือการ “ขูดหินปูน” เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทันตแพทย์แนะนำให้ทำ “เกลารากฟัน” หลายคนจึงเกิดความสงสัยว่าแตกต่างจากการขูดหินปูนอย่างไร และจำเป็นแค่ไหน
ในความเป็นจริงแล้ว.....
**ขูดหินปูนและเกลารากฟันเป็นหัตถการที่แตกต่างกัน แต่มีความต่อเนื่องกันในการรักษาโรคเหงือก**
โดยการขูดหินปูนมุ่งเน้นการทำความสะอาดคราบและหินปูนบริเวณผิวฟันและขอบเหงือก ขณะที่การเกลารากฟันเป็นการรักษาที่ลึกขึ้น ใช้ในกรณีที่โรคลุกลามลงใต้เหงือกและเริ่มกระทบต่อโครงสร้างที่ยึดฟัน
ขูดหินปูนและเกลารากฟัน จึงถือเป็น **การรักษาพื้นฐานที่สำคัญในการรักษาโรคเหงือก **เพื่อช่วยลดการอักเสบ ควบคุมเชื้อแบคทีเรีย และทำให้เหงือกสามารถกลับมาอยู่ในสภาวะที่แข็งแรงและสุขภาพดีได้อีกครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ความแตกต่างของ เหงือกสุขภาพดี เหงือกอักเสบ และปริทันต์อักเสบ : ในด้าน “จุลินทรีย์ใต้เหงือก”
โรคเหงือกทุกชนิดมี “สาเหตุหลักมาจากเชื้อจุลินทรีย์ (แบคทีเรีย)” ที่สะสมอยู่บริเวณร่องเหงือก แบคทีเรียเหล่านี้สร้างไบโอฟิล์ม (คราบจุลินทรีย์) ที่ยึดเกาะแน่น ซึ่งไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว เมื่อจุลินทรีย์เริ่มเสียสมดุล—ไม่ว่าจะเพิ่มจำนวนมากเกินไป หรือมีสัดส่วนของแบคทีเรียก่อโรคเพิ่มขึ้น—ร่างกายจะตอบสนองด้วยการอักเสบ เหงือกเริ่มบวมแดง และหากปล่อยไว้นาน กระดูกที่รองรับฟันจะถูกทำลายจนฟันเริ่มโยก ดังนั้น จุลินทรีย์ใต้เหงือก (Subgingival Microbiome) คือ “ตัวชี้วัดสำคัญที่สุด” ว่าเหงือกของคุณสุขภาพดีหรือกำลังมีความเสี่ยงในการเกิดโรคปริทันต์อักเสบ

ทำไมเหงือกอักเสบ…แต่แปรงฟันแล้วไม่เลือดออก?
เหงือกอักเสบอาจไม่แสดงอาการเลือดออกเสมอไป บทความนี้อธิบายสาเหตุ เหตุใดจึงยังเสี่ยง และควรตรวจสุขภาพเหงือกเมื่อไร เพื่อป้องกันปริทันต์อักเสบ

ฟันโยกเกิดจากอะไร?
ฟันโยกไม่ใช่เรื่องปกติ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคปริทันต์อักเสบ บทความนี้ช่วยให้เข้าใจสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษาก่อนสูญเสียฟัน