โรคเหงือก โรคปริทันต์

ฟันโยกเกิดจากอะไร?

ฟันโยกไม่ใช่เรื่องปกติ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคปริทันต์อักเสบ บทความนี้ช่วยให้เข้าใจสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษาก่อนสูญเสียฟัน

รองศาสตราจารย์ ทพญ.มุทิตา ว่องสุวรรณเลิศ (หมอโอ๊ะ)
2026-03-19
3 เดือนที่แล้ว
106
ฟันโยกเกิดจากอะไร?

ฟันโยกเกิดจากอะไร? สัญญาณเตือนของโรคปริทันต์ที่หลายคนมองข้าม

หลายคนเริ่มสังเกตว่าฟันของตัวเอง ขยับได้ เวลากัดแล้วรู้สึกไม่แน่น หรือเคี้ยวแล้วรู้สึกแปลก ๆ แต่กลับคิดว่า “น่าจะเป็นเพราะอายุมากขึ้น” “เดี๋ยวก็หาย”

ในความเป็นจริงแล้ว 👉 ฟันโยกไม่ใช่เรื่องปกติ และมักเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ โรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียฟันในผู้ใหญ่   🔍 ฟันโยกคืออะไร?

ฟันปกติจะถูกยึดอยู่กับกระดูกด้วย

  • เหงือก
  • เอ็นปริทันต์
  • กระดูกเบ้าฟัน

เมื่อโครงสร้างเหล่านี้แข็งแรง ฟันจะ แน่น ไม่ขยับ

แต่ถ้าโครงสร้างถูกทำลาย ฟันจะเริ่ม โยก ขยับ หรือเคลื่อนตำแหน่งได้

⚠️ สาเหตุที่พบบ่อยของฟันโยก

1️. โรคปริทันต์อักเสบ (สาเหตุหลักที่สุด)

โรคปริทันต์เกิดจากการสะสมของเชื้อแบคทีเรียใต้เหงือก ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และ กระดูกที่รองรับฟันค่อย ๆ ละลาย

เมื่อกระดูกหายไป ฟันจึงสูญเสียฐานยึดและเริ่มโยก

📌 นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของฟันโยกในผู้ใหญ่   2️. ปล่อยให้เหงือกอักเสบเรื้อรังโดยไม่รักษา

เหงือกอักเสบในระยะแรกอาจไม่เจ็บ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน จะลุกลามลงลึกและกลายเป็นปริทันต์อักเสบ

ฟันจะเริ่มโยก โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว   **3️. แรงกัดหรือการใช้งานฟันที่ผิดปกติ **เช่น

  • นอนกัดฟัน
  • ฟันสบไม่ดี เกิดการสบกระแทก
  • เคี้ยวข้างเดียวเป็นเวลานาน

แรงที่มากเกินไปจะยิ่งเร่งให้ฟันที่มีฐานยึดอ่อนแอ โยกเร็วขึ้น   4️. อุบัติเหตุหรือการกระแทก

ฟันที่ได้รับแรงกระแทกอาจโยกได้ แต่กรณีนี้มักมีประวัติชัดเจนและเกิดเฉียบพลัน ต่างจากฟันโยกจากโรคปริทันต์ที่เกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป   ❗ สัญญาณเตือนที่มักมาก่อน “ฟันโยก”

หลายคนไม่รู้ว่า ก่อนฟันจะโยก มักมีอาการเหล่านี้มาก่อน:

  • เหงือกบวม แดง เลือดออก
  • เหงือกร่น ฟันดูยาวขึ้น
  • มีกลิ่นปากเรื้อรัง
  • มีหนองซึมจากเหงือก
  • รู้สึกเคี้ยวไม่แน่นเหมือนเดิม

หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับฟันเริ่มขยับ 👉 ควรรีบตรวจสุขภาพเหงือกทันที   🦷 ฟันโยกจากโรคปริทันต์อักเสบ รักษาได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค

  • ถ้าตรวจพบเร็ว และกระดูกยังละลายไม่มาก 👉 สามารถ หยุดโรค ควบคุมการอักเสบ และลดการโยกได้
  • ถ้าปล่อยไว้นาน กระดูกหายไปมาก 👉 อาจไม่สามารถรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้

📌 ยิ่งมาพบทันตแพทย์เฉพาะทางโรคเหงือกเร็ว → โอกาสเก็บฟันยิ่งสูง   ✅ ควรทำอย่างไรเมื่อเริ่มรู้สึกว่าฟันโยก?

คำแนะนำจากทันตแพทย์เฉพาะทางโรคเหงือก:

  1. อย่ารอให้ฟันโยกมากหรือเจ็บ
  2. เข้ารับการตรวจปริทันต์อย่างละเอียด
  3. เอกซเรย์ประเมินระดับกระดูก
  4. รักษาโรคปริทันต์อย่างเหมาะสม (เช่น ขูดหินปูนลึก เกลารากฟัน)
  5. ติดตามการรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง

🩵 ข้อคิดจากทันตแพทย์เฉพาะทางโรคเหงือก

ฟันโยกไม่ใช่ผลของอายุ แต่เป็นสัญญาณของโรค

ถ้าเรามองข้าม โรคจะค่อย ๆ ทำลายกระดูกโดยไม่ส่งเสียงเตือน แต่ถ้าเรารู้ทันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ฟันจำนวนมากสามารถรักษาให้อยู่กับเราไปได้นาน

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าฟันไม่แน่นเหมือนเดิม อย่ารอให้สายเกินไป การตรวจสุขภาพเหงือกกับทันตแพทย์เฉพาะทาง อาจช่วยรักษาฟันของคุณไว้ได้มากกว่าที่คุณคิดค่ะ 🦷💙

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โรคปริทันต์อักเสบเฉพาะทางโรคเหงือก หาดใหญ่ฟันโยกขูดหินปูน หาดใหญ่ อาการโรคเหงือก วิธีรักษาเหงือกอักเสบทำฟัน หาดใหญ่

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคปริทันต์อักเสบ กับโรคหัวใจเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
โรคเหงือก โรคปริทันต์

โรคปริทันต์อักเสบ กับโรคหัวใจเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

โรคปริทันต์อักเสบไม่ได้กระทบแค่เหงือกและฟัน แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพหัวใจโดยตรง งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า ผู้ที่มีโรคปริทันต์อักเสบรุนแรงมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้น

เหงือกบวม แดง เลือดออก เกิดจากอะไร?
โรคเหงือก โรคปริทันต์

เหงือกบวม แดง เลือดออก เกิดจากอะไร?

เหงือกบวม เหงือกแดง หรือมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน ไม่ใช่เรื่องปกติ อาจเป็นสัญญาณโรคเหงือกและปริทันต์อักเสบ หากรู้ทันและรักษาเร็ว สามารถป้องกันฟันโยกและการสูญเสียฟันได้

ขูดหินปูน vs. เกลารากฟัน: ความแตกต่างที่สำคัญในการรักษาโรคเหงือก
โรคเหงือก โรคปริทันต์

ขูดหินปูน vs. เกลารากฟัน: ความแตกต่างที่สำคัญในการรักษาโรคเหงือก

ขูดหินปูนและเกลารากฟันเป็นหัตถการที่แตกต่างกัน แต่มีความต่อเนื่องกันในการรักษาโรคเหงือก โดยการขูดหินปูนมุ่งเน้นการทำความสะอาดคราบและหินปูนบริเวณผิวฟันและขอบเหงือก ขณะที่การเกลารากฟันเป็นการรักษาที่ลึกขึ้น ใช้ในกรณีที่โรคลุกลามลงใต้เหงือกและเริ่มกระทบต่อโครงสร้างที่ยึดฟัน