โรคเหงือก โรคปริทันต์

ความแตกต่างของ เหงือกสุขภาพดี เหงือกอักเสบ และปริทันต์อักเสบ : มองในมุมอาการทางคลินิก

สุขภาพเหงือกเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพช่องปากทั้งหมด เพราะมีผลโดยตรงต่อการเก็บรักษาฟัน การเคี้ยวอาหาร และสุขภาพร่างกายโดยรวม แต่สิ่งที่หลายคนไม่ทราบคือ สภาวะเหงือกแต่ละระดับ—เหงือกสุขภาพดี เหงือกอักเสบ และปริทันต์อักเสบ—มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งทางคลินิกและระดับจุลินทรีย์ใต้เหงือก บทความนี้จะช่วยให้คุณแยกแยะทั้งสามสภาวะได้ง่ายขึ้น เพื่อจะได้ดูแลเหงือกของตัวเองได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น

รองศาสตราจารย์ ทพญ.มุทิตา ว่องสุวรรณเลิศ (หมอโอ๊ะ)
2025-12-11
8 เดือนที่แล้ว
235
ความแตกต่างของ เหงือกสุขภาพดี เหงือกอักเสบ และปริทันต์อักเสบ : มองในมุมอาการทางคลินิก

1) ความแตกต่างทางคลินิก: จะรู้ได้อย่างไรว่าเหงือกเราอยู่ในขั้นไหน?

ทันตแพทย์ใช้เกณฑ์สำคัญ 3 อย่างในการประเมินสุขภาพเหงือก ได้แก่

  • ความลึกของร่องเหงือก (Probing Depth: PD)
  • การสูญเสียการยึดเกาะของฟัน (Clinical Attachment Loss: CAL)
  • เลือดออกเมื่อวัดเหงือก (Bleeding on Probing: BOP)

ซึ่งแต่ละสภาวะมีลักษณะเฉพาะดังนี้:

✅ เหงือกสุขภาพดี (Health)

ลักษณะทางคลินิก

  • ไม่มีการสูญเสียการยึดเกาะของฟัน
  • ความลึกของร่องเหงือกน้อยกว่า 3 มม.
  • เลือดออกขณะตรวจน้อยกว่า 10% ของตำแหน่งทั้งหมด

สัญญาณที่มองเห็นได้

  • เหงือกสีชมพู
  • แน่นกระชับ ไม่บวม
  • ไม่เลือดออกเวลาแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน

⚠️ เหงือกอักเสบ (Gingivitis)

ลักษณะทางคลินิก

  • เหงือกแดง บวม และเลือดออกง่าย
  • ความลึกของร่องเหงือกอาจเพิ่มขึ้น แต่ “ยังไม่มีการละลายของกระดูก”
  • ไม่มีการสูญเสียการยึดเกาะของฟัน
  • เลือดออกขณะตรวจมากกว่า 10%

จุดสำคัญที่ควรรู้

  • เหงือกอักเสบเป็นภาวะที่ “ย้อนกลับได้”
  • หากได้รับการขูดหินปูน–เกลารากฟัน และปรับการดูแลช่องปาก เหงือกสามารถกลับมาสุขภาพดีได้

❗ ปริทันต์อักเสบ (Periodontitis)

ลักษณะทางคลินิก

  • มีการสูญเสียการยึดเกาะของฟัน (CAL ≥ 4 มม.)
  • ความลึกของร่องเหงือกมากกว่า 4 มม. หลายจุดร่วมกับ “การละลายของกระดูก”
  • มีเลือดออกจำนวนมากขณะตรวจ บางกรณีพบหนองในร่องเหงือก

ผลที่อาจตามมา

  • ฟันโยก
  • ฟันเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม
  • เหงือกร่น
  • มีกลิ่นปากเรื้อรัง
  • หากไม่ได้รักษา อาจสูญเสียฟันได้ในที่สุด

  ✨ บทส่งท้าย

การแยกแยะสภาวะเหงือกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเหงือกอักเสบสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากปล่อยให้ลุกลามไปสู่ปริทันต์อักเสบ จะเกิดการทำลายกระดูกและเนื้อเยื่อยึดฟันซึ่งไม่สามารถย้อนกลับได้

ถ้าคุณพบว่าเหงือกมีเลือดออก บวม หรือผิดปกติ ควรพบ ทันตแพทย์เฉพาะทางปริทันตวิทยา เพื่อประเมินและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ      

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โรคเหงือก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไม "หินปูนใต้เหงือก" ถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียฟัน
โรคเหงือก โรคปริทันต์

ทำไม "หินปูนใต้เหงือก" ถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียฟัน

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกภัยเงียบจาก "หินปูนใต้เหงือก" ต้นเหตุที่แท้จริงของอาการเหงือกบวม หนองไหล และกลิ่นปากเรื้อรังที่แก้ไม่หาย หากปล่อยทิ้งไว้ แบคทีเรียตัวร้ายจะเข้าทำลายกระดูกเบ้าฟันจนฟันโยกและต้องถอนทิ้งในที่สุด นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงที่น่าตกใจว่าเชื้อโรคจากใต้เหงือกสามารถหลุดเข้าสู่กระแสเลือด จนส่งผลเสียต่อคนเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และคุณแม่ตั้งครรภ์ได้อีกด้วย อย่าปล่อยให้การ "แค่ขูดหินปูนธรรมดา" ทำให้คุณชะล่าใจ มาเช็ก 5 ผลกระทบทำลายล้างที่คุณอาจต้องเจอหากมองข้ามการรักษาใต้เหงือกไปครับ!

การดูแลเหงือกให้สุขภาพดีระยะยาว: รักษาฟันธรรมชาติไว้ตลอดไป
โรคเหงือก โรคปริทันต์

การดูแลเหงือกให้สุขภาพดีระยะยาว: รักษาฟันธรรมชาติไว้ตลอดไป

การรักษาโรคเหงือกจะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยการดูแลเชิงรุก บทความนี้รวบรวมเทคนิคการทำความสะอาดซอกฟัน การจัดการปัจจัยเสี่ยงทางร่างกาย และความสำคัญของการคงสภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ

🦷 โรคเหงือก... ไม่ใช่แค่เรื่อง "เหงือก" แต่อาจหมายถึงการเสีย "ฐานราก" ของฟัน
โรคเหงือก โรคปริทันต์

🦷 โรคเหงือก... ไม่ใช่แค่เรื่อง "เหงือก" แต่อาจหมายถึงการเสีย "ฐานราก" ของฟัน

เวลาเราพูดถึงโรคเหงือก (Periodontal Disease) หมอจะมองไปถึงสิ่งที่เรียกว่า "อวัยวะปริทันต์" (Periodontium) ซึ่งเป็นระบบ Support ทั้งหมดที่ช่วยพยุงฟันของคุณเอาไว้ บทความนี้จะมาสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ว่าทำไมถ้า "เหงือกพัง" ฟันถึงอยู่ไม่ได้